ใช้ห้องน้ำสาธารณะ เสี่ยงติดโรคทางเพศไหม? หมอตอบชัดๆ อย่าคาดเดาไปเอง

ใช้ห้องน้ำสาธารณะ เสี่ยงติดโรคทางเพศไหม? หมอตอบชัดๆ อย่าคาดเดาไปเอง

ใช้ห้องน้ำสาธารณะ เสี่ยงติดโรคทางเพศไหม? หมอตอบชัดๆ อย่าคาดเดาไปเอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ใช้ห้องน้ำสาธารณะ ชักโครกห้องน้ำรวม อ่างอาบน้ำโรงแรม เสี่ยงติดโรคทางเพศไหม? หมอตอบชัดๆ อย่าคาดเดาไปเอง

หลายคนอาจเคยกังวลว่า การนั่งฝารองชักโครกในห้องน้ำสาธารณะ การใช้อ่างอาบน้ำในโรงแรม หรือสัมผัสสิ่งของที่คนจำนวนมากใช้ร่วมกัน อาจทำให้ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่ แต่ในความเป็นจริง แพทย์ระบุว่าโอกาสแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสสิ่งแวดล้อมแบบทางอ้อมนั้น ต่ำมาก

นพ.เฉิน อวี้ซิน (陳鈺昕) แพทย์ด้านระบบทางเดินปัสสาวะ อธิบายว่า เชื้อก่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จำนวนมากไม่สามารถอยู่รอดนอกร่างกายมนุษย์ได้นาน โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสอากาศและสภาพแวดล้อมที่แห้ง เชื้อหลายชนิดจะสูญเสียความสามารถในการแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว

แค่นั่งฝารองชักโครก ไม่ได้ทำให้ติดเชื้อง่ายๆ

แพทย์อธิบายว่า ผิวหนังของมนุษย์มีชั้นเคราตินทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติ เชื้อไวรัสจึงไม่สามารถทะลุผ่านผิวหนังที่สมบูรณ์ได้ง่ายๆ การสัมผัสพื้นผิวเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่เงื่อนไขที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย

สำหรับเชื้อบางชนิดที่แพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุ เช่น HPV ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ และเชื้อเริม โดยทั่วไปต้องมีการสัมผัสโดยตรงและใกล้ชิดกับบริเวณที่มีเชื้อ รวมถึงอาจมีรอยถลอกหรือบาดแผลเล็กๆ บริเวณผิวหนังหรือเยื่อบุร่วมด้วย จึงจะเพิ่มโอกาสให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย

ฝารองชักโครก อ่างอาบน้ำ หรือรีโมตทีวี โอกาสแพร่เชื้อต่ำมาก

แพทย์ระบุว่า ในทางการแพทย์ โอกาสติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากการสัมผัสสิ่งแวดล้อมแบบทางอ้อม เช่น ฝารองชักโครก อ่างอาบน้ำ หรือรีโมตทีวีในโรงแรม ถือว่าต่ำมาก เนื่องจากเชื้อจำนวนมากมีความเปราะบางเมื่ออยู่นอกร่างกายมนุษย์

ตัวอย่างเช่น HIV เชื้อซิฟิลิส และเชื้อหนองใน ไม่ได้แพร่ผ่านการนั่งชักโครกหรือสัมผัสของใช้ทั่วไปตามปกติ การแพร่เชื้อมักต้องอาศัยช่องทางเฉพาะ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ การสัมผัสสารคัดหลั่งบางชนิด หรือเลือด ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ

แล้วทำไมบางคนถึงคิดว่าติดโรคจากโรงแรมหรือห้องน้ำ?

นพ.เฉินเล่าว่า ผู้ป่วยบางรายเมื่อทราบว่าตัวเองเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มักนึกถึงสิ่งแวดล้อมที่เพิ่งสัมผัส เช่น โรงแรม ห้องน้ำสาธารณะ หรืออ่างอาบน้ำ และเข้าใจว่าน่าจะเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม แพทย์ชี้ว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิดมีระยะฟักตัวแตกต่างกันมาก ตั้งแต่หลายวัน หลายสัปดาห์ ไปจนถึงหลายเดือนหรือมากกว่านั้น ทำให้บางคนอาจลืมไปแล้วว่าเคยมีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงมาก่อน และเมื่ออาการเพิ่งปรากฏในภายหลัง จึงเชื่อมโยงสาเหตุกับสถานที่หรือสิ่งของที่เพิ่งสัมผัสแทน

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้แสดงอาการทันทีเสมอไป

นี่เป็นอีกประเด็นสำคัญ เพราะการติดเชื้อไม่ได้หมายความว่าจะมีอาการทันที โรคบางชนิดอาจไม่มีอาการเป็นเวลานาน หรือผู้ติดเชื้ออาจไม่รู้ตัวเลยจนกระทั่งมีอาการผิดปกติ หรือเข้ารับการตรวจคัดกรอง

ดังนั้น หากมีประวัติการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน มีคู่นอนใหม่ หรือสงสัยว่าตัวเองอาจสัมผัสความเสี่ยง การเข้ารับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะให้คำตอบที่แม่นยำกว่าการคาดเดาว่าเชื้อมาจากห้องน้ำหรือสิ่งของสาธารณะ

สรุป ห้องน้ำสาธารณะทำให้ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ไหม?

โดยทั่วไป การติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากฝารองชักโครกหรือสิ่งของในห้องน้ำสาธารณะมีโอกาสต่ำมาก โดยเฉพาะเมื่อเป็นเพียงการสัมผัสผ่านผิวหนังที่ไม่มีบาดแผล และไม่มีการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อโดยตรง

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือการป้องกันความเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์ ใช้ถุงยางอนามัยอย่างเหมาะสม ตรวจคัดกรองเมื่อมีความเสี่ยง และพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติ เช่น แผล ตุ่ม ผื่น ตกขาวผิดปกติ ปัสสาวะแสบขัด หรือมีสารคัดหลั่งผิดปกติจากอวัยวะเพศ

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล